ฝังไมโครชิปแล้วมีผลต่อประกันสุขภาพสัตว์ไหม? คำตอบที่เจ้าของทาสหมา-แมวต้องรู้

ฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ
ไมโครชิปสัตว์เลี้ยง คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก มีขนาดใกล้เคียงกับเมล็ดข้าวสาร ภายในบรรจุหมายเลขประจำตัวเฉพาะสำหรับใช้ระบุตัวตนของสัตว์เลี้ยง โดยทำงานผ่านเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RFID) ไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่หรือแหล่งพลังงาน จึงสามารถใช้งานได้ตลอดอายุของสัตว์เลี้ยง
ไมโครชิปไม่ได้เป็นอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง (GPS) แต่ทำหน้าที่เสมือน “บัตรประชาชนถาวร” ของสัตว์เลี้ยง เมื่อใช้เครื่องอ่านไมโครชิปที่รองรับมาตรฐาน จะสามารถตรวจสอบหมายเลขประจำตัวและเชื่อมโยงกับข้อมูลของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของได้
กฎหมายการฝังไมโครชิปในประเทศไทย
ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการระบุตัวตนของสัตว์เลี้ยงตาม ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ซึ่งกำหนดให้ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2570
สำหรับพื้นที่จังหวัดอื่น แม้ยังไม่มีข้อกำหนดบังคับ การฝังไมโครชิปก็ถือเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์ เพราะช่วยยืนยันตัวตนของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของในกรณีต่าง ๆ เช่น สัตว์เลี้ยงสูญหาย การยืนยันข้อมูล หรือการเข้ารับบริการบางประเภท
การฝังไมโครชิปทำอย่างไร เจ็บหรือไม่?
การฝังไมโครชิปใช้เข็มเฉพาะสำหรับนำไมโครชิปเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังของสัตว์เลี้ยง โดยขั้นตอนมีลักษณะใกล้เคียงกับการฉีดยาหรือวัคซีนทั่วไป
โดยทั่วไปสัตว์เลี้ยงจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการฝัง อย่างไรก็ตาม สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจมีอาการบวม แดง หรือระคายเคืองบริเวณที่ฝังในช่วงแรก ซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราว
ภาวะแทรกซ้อน เช่น การเกิดก้อนผิดปกติบริเวณที่ฝัง มีรายงานพบได้น้อยมาก และโดยรวมการฝังไมโครชิปถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยเมื่อดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ
ฝังไมโครชิปบริเวณไหน?
สำหรับสุนัขและแมว ไมโครชิปมักถูกฝังบริเวณชั้นใต้ผิวหนังระหว่างหัวไหล่ทั้งสองข้าง ส่วนสัตว์ชนิดอื่นอาจมีตำแหน่งที่แตกต่างกันตามลักษณะร่างกายของสัตว์แต่ละชนิด
มาตรฐานของไมโครชิป
ไมโครชิปและเครื่องอ่านที่ได้มาตรฐานสากล เช่น มาตรฐาน ICAR และ ISO 11784/11785 สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐานเดียวกันได้ในหลายประเทศทั่วโลก
แม้การฝังไมโครชิปอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นในทุกพื้นที่ แต่ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยให้เจ้าของสามารถดูแลและติดตามข้อมูลของสัตว์เลี้ยงได้ดีขึ้นในระยะยาว
ไมโครชิปมีผลต่อการทำประกันสุขภาพสัตว์จริงหรือ?
คำตอบสั้น ๆ คือ: "มีผล แต่ขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน"
ปัจจุบันบริษัทประกันสัตว์เลี้ยงในไทยแต่ละรายมีนโยบายเกี่ยวกับไมโครชิปแตกต่างกัน แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ไม่บังคับ แต่ช่วยให้ยืนยันตัวตนได้ง่ายขึ้น
ประกันสัตว์เลี้ยงหลายรายในไทย เช่น TIP Pet Lover (ทิพยประกันภัย) และ Pet Friend ไม่ได้กำหนดให้ต้องฝังไมโครชิปก่อนสมัครประกัน เพียงแต่ต้องแสดงเอกสารรับรองสุขภาพและประวัติวัคซีนเท่านั้น อย่างไรก็ดี ไมโครชิปช่วยให้การยืนยันตัวตนของสัตว์เลี้ยงที่เอาประกันภัยแม่นยำและรวดเร็วกว่า ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการเคลมประกันในระยะยาว
กลุ่มที่ 2 แนะนำให้ฝัง เพื่อประโยชน์ในการเคลม
เมื่อสัตว์เลี้ยงสูญหายและบริษัทประกันต้องจ่ายค่าสินไหม เช่น ค่าโฆษณาประกาศหาสัตว์หาย ไมโครชิปทำให้การพิสูจน์ว่าสัตว์ที่พบกลับมาคือตัวเดิมที่ทำประกันไว้ ทำได้อย่างชัดเจนและไม่มีข้อโต้แย้ง
กลุ่มที่ 3: ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการต่ออายุกรมธรรม์
สำหรับสัตว์เลี้ยงอายุมากกว่า 7–8 ปี หลายบริษัทกำหนดให้ต้องตรวจสุขภาพ การมีไมโครชิปพร้อมประวัติสุขภาพที่ครบถ้วนในฐานข้อมูลกลาง ช่วยให้สัตวแพทย์และบริษัทประกันสามารถตรวจสอบประวัติได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มโอกาสต่ออายุประกันได้ราบรื่น
เปรียบเทียบเงื่อนไขไมโครชิปของประกันสัตว์เลี้ยงชั้นนำในไทย

สรุป: ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีบริษัทประกันสัตว์เลี้ยงในไทยรายใดกำหนดให้ บังคับฝังไมโครชิป เป็นเงื่อนไขในการสมัครประกัน แต่บริบทกำลังเปลี่ยน โดยเฉพาะหลังข้อบัญญัติ กทม. มีผลบังคับใช้
5 ประโยชน์ของไมโครชิปที่ส่งผลดีต่อประกันสัตว์เลี้ยงโดยตรง
1. ยืนยันตัวตนสัตว์เลี้ยงที่เอาประกันได้ชัดเจน
หนึ่งในปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการเคลมประกัน คือการพิสูจน์ว่าสัตว์ที่รักษาอยู่คือตัวเดียวกับที่ทำประกันไว้ ไมโครชิป มีรหัส 15 หลักที่ไม่ซ้ำกันในโลก ช่วยให้การยืนยันตัวตนผ่านการสแกนกระทำได้ทันที
2. ลดความเสี่ยงข้อโต้แย้งในการเคลม
กรณีสัตว์เลี้ยงหายและค้นพบในภายหลัง บริษัทประกันต้องจ่ายค่าโฆษณาประกาศหา ไมโครชิปทำให้การพิสูจน์ว่าสัตว์ที่พบคือตัวเดิมไม่มีข้อโต้แย้ง ลดขั้นตอนการดำเนินการเคลมให้รวดเร็วขึ้น
3. บันทึกประวัติสุขภาพครบถ้วน
ข้อมูลในฐานข้อมูลที่เชื่อมกับไมโครชิปสามารถบันทึกประวัติการฉีดวัคซีน ประวัติการรักษา และข้อมูลสุขภาพ ซึ่งบริษัทประกันและสัตวแพทย์ใช้ประกอบการพิจารณาความคุ้มครองและการต่ออายุกรมธรรม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ลดความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงจะถูกสลับตัว
การฝังไมโครชิปป้องกันการสลับตัวสัตว์เลี้ยงระหว่างการนำไปรักษาที่คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ ซึ่งเป็นการรับประกันว่าสัตว์ที่รักษาและเรียกเคลมประกันคือตัวเดิมจริง ๆ
5. รองรับแนวโน้มประกันในอนาคต
เมื่อกฎหมายบังคับฝังไมโครชิปมีผลบังคับใช้กว้างขึ้น มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทประกันจะเริ่มนำไมโครชิปมาเป็นเงื่อนไขในการรับประกัน หรืออาจให้ส่วนลดพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีไมโครชิป เหมือนกับที่เกิดขึ้นในตลาดประกันสัตว์เลี้ยงต่างประเทศ
ขั้นตอนการฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง ทำง่ายกว่าที่คิด
ขั้นตอนการฝังไมโครชิปสัตว์เลี้ยง
เอกสารที่ต้องเตรียม:
สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของ
สำเนาทะเบียนบ้านเจ้าของ
ใบรับรองการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (อายุไม่เกิน 1 ปี)
ข้อแนะนำ เริ่มฝังได้ตั้งแต่น้องอายุ 2 เดือนขึ้นไป และไมโครชิปจะอยู่กับสัตว์เลี้ยงตลอดชีวิต ไม่ต้องเปลี่ยน ไม่มีวันหมดอายุ
1. การตรวจสุขภาพและเตรียมความพร้อม
ตรวจร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้นของสัตว์เลี้ยงเพื่อให้แน่ใจว่าน้องพร้อมและไม่มีการติดเชื้อที่ผิวบริเวณที่จะฝัง
เช็กชิปซ้ำ คุณหมอจะใช้เครื่องสแกน (Microchip Scanner) ตรวจสอบตามตัวน้องก่อน เพื่อให้แน่ใจว่ายังไม่เคยมีไมโครชิปฝังอยู่ก่อนแล้ว
ตรวจสอบรหัส สแกนตัวไมโครชิปอันใหม่ที่จะฝัง เพื่อรีเช็กว่ารหัสตรงกับสติกเกอร์บาร์โค้ดในบรรจุภัณฑ์
2. ขั้นตอนการฉีดฝังไมโครชิป
ทำความสะอาดผิวหนัง คุณหมอจะแหวกขนและเช็ดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อบริเวณหลังคอระหว่างสะบักทั้งสองข้าง (เป็นตำแหน่งสากล)
การฉีดฝัง ใช้เข็มที่บรรจุไมโครชิป (ขนาดประมาณเมล็ดข้าวสาร) ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) อย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกของน้อง ความเจ็บจะคล้ายๆ กับการฉีดวัคซีนทั่วไปครับ ส่วนใหญ่จะไม่ได้ฉีดยาชา ยกเว้นในกรณีที่ทำควบคู่ไปกับการทำหมันหรือผ่าตัดอื่นๆ
3. การตรวจสอบหลังฝัง
สแกนซ้ำ: หลังจากฉีดเสร็จ คุณหมอจะใช้เครื่องสแกนบริเวณหลังคออีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าชิปเข้าไปอยู่ใต้ผิวหนังเรียบร้อยและส่งสัญญาณรหัส 15 หลักได้ถูกต้อง
4. การลงทะเบียนข้อมูล (ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด!)
จำไว้เสมอว่า ไมโครชิปไม่ใช่ GPS ที่จะระบุตำแหน่งแบบ Real-time ได้ แต่มันคือ "บัตรประชาชน" ดังนั้นถ้าฝังแล้วไม่ลงทะเบียน ข้อมูลก็จะเป็นศูนย์ครับ ราคาค่าฝังไมโครชิป: ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลสัตว์ รวมค่าไมโครชิป ค่าฝัง และค่าลงทะเบียน บางช่วงมีโปรโมชันพิเศษหรือบริการฟรีจากหน่วยงานรัฐ
กฎหมายใหม่ กทม. กับผลกระทบต่อประกันสัตว์เลี้ยง
ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 เจ้าของสุนัขและแมวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนและจัดทำข้อมูลสัตว์เลี้ยงให้เป็นระบบ โดยมีรายละเอียดสำคัญ ได้แก่
สัตว์เลี้ยงที่มีอยู่แล้ว ต้องขึ้นทะเบียนและฝังไมโครชิปภายในวันที่ 10 มกราคม 2569 ปัจจุบันขยายเวลาการฝังออกไปอีก 1ปี ภายในปี 2570
สัตว์เลี้ยงใหม่ ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันที่นำมาเลี้ยง
สัตว์เลี้ยงที่เกิดใหม่ ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 120 วัน นับจากวันเกิด
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับพื้นที่พักอาศัย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง ลดปัญหาสัตว์จรจัด และสร้างระบบดูแลสัตว์เลี้ยงในเมืองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ความเชื่อมโยงกับประกันสัตว์เลี้ยง
เมื่อสัตว์เลี้ยงใน กทม. มีเลขไมโครชิปและข้อมูลอยู่ในระบบมากขึ้น บริษัทประกันสัตว์เลี้ยงในอนาคตอาจสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการประเมินความเสี่ยงได้ละเอียดขึ้น เช่น
• ประวัติสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
• อายุ สายพันธุ์ และปัจจัยความเสี่ยง
• ประวัติการรักษาและการเคลม
ซึ่งอาจช่วยให้การกำหนดเบี้ยประกันมีความแม่นยำและเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวมากขึ้น รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนในการทำประกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากระบบทะเบียนสัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการนำไปใช้กับธุรกิจประกันยังขึ้นอยู่กับแนวทางของแต่ละบริษัทในอนาคต
คำถามที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงถามบ่อย (FAQ)
Q: ถ้ายังไม่ได้ฝังไมโครชิป สมัครประกันสัตว์เลี้ยงได้ไหม?
A: สามารถทำได้ ในปัจจุบันบริษัทประกันสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ในไทยยังไม่บังคับให้ฝังไมโครชิปก่อนสมัคร แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละบริษัทก่อน เพราะนโยบายอาจเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายใหม่
Q: ฝังไมโครชิปแล้ว เบี้ยประกันถูกลงไหม?
A: ปัจจุบันยังไม่มีบริษัทไทยที่ประกาศส่วนลดชัดเจนสำหรับสัตว์ที่มีไมโครชิป แต่แนวโน้มในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อฐานข้อมูลสัตว์เลี้ยงสมบูรณ์มากขึ้น
Q: ไมโครชิปมีผลต่อการเคลมประกันกรณีสัตว์เลี้ยงหายอย่างไร?
A: มีผลโดยตรง เพราะไมโครชิปเป็นหลักฐานพิสูจน์ตัวตนที่แม่นยำที่สุด ทำให้บริษัทประกันสามารถตรวจสอบได้ว่าสัตว์ที่พบกลับมาคือตัวที่เอาประกันไว้จริง ลดความขัดแย้งและเร่งกระบวนการเคลมสินไหม
Q: ไมโครชิปสามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพได้ไหม?
A: ตัวไมโครชิปเองเก็บเพียงรหัส 15 หลัก แต่รหัสนั้นเชื่อมกับฐานข้อมูลที่สามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพ วัคซีน และประวัติการรักษาได้ตามที่สัตวแพทย์และเจ้าของอัปเดตไว้
Q: ฝังไมโครชิปแล้วยังต้องต่ออายุทุกปีไหม?
A: ไม่ต้อง ไมโครชิปอยู่กับสัตว์เลี้ยงตลอดชีวิต ไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้องเปลี่ยนหรือชาร์จแบตเตอรี่ แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลในฐานข้อมูลกลางอัปเดตเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
สรุป ฝังไมโครชิปคู่ประกันสัตว์เลี้ยง ทางเลือกใหม่ของการดูแลสัตว์เลี้ยงยุคดิจิทัล
แม้ปัจจุบันการฝังไมโครชิปยังไม่ใช่เงื่อนไขบังคับของบริษัทประกันสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย แต่ประโยชน์ของไมโครชิปทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันตัวตนของสัตว์เลี้ยง การช่วยให้ข้อมูลถูกต้องชัดเจนขึ้นเมื่อต้องใช้บริการด้านสุขภาพ หรือการรองรับแนวโน้มการจัดการข้อมูลสัตว์เลี้ยงในอนาคต ล้วนทำให้ “ไมโครชิป” และ “ประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง” เป็นสองสิ่งที่ควรวางแผนควบคู่กัน
สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพมหานคร การดำเนินการตามข้อกำหนดด้านการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการดูแลน้องรักอย่างเป็นระบบ
และหากยังไม่มีประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง นี่อาจเป็นโอกาสดีในการเริ่มต้นวางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อต้องเจอกับค่ารักษาพยาบาลที่ไม่คาดคิด
เพราะสัตว์เลี้ยงที่มีทั้ง ข้อมูลระบุตัวตนที่ชัดเจนจากไมโครชิป และ ความคุ้มครองจากประกันสุขภาพ คือสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์มากขึ้น
อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569
อ้างอิงข้อมูลจากกรมธรรม์ประกันสัตว์เลี้ยง ดังนี้
เช็กช้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ ข้อบัญญัติว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2567
🌐 ตรวจสอบข้อมูลไมโครชิปและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
www.anyvetmicrochip.com
✨ ความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง
เริ่มต้นจากการใส่ใจในรายละเอียดของข้อมูล
👉🏻[คลิกที่นี่เพื่อค้นหาข้อมูลสัตว์เลี้ยงของคุณและเข้าสู่ระบบ]
ผู้เขียน




